พระเยซูรักษาโรคในวันสะบาโต
1 อีกครั้งหนึ่งพระองค์เข้าไปในธรรมศาลา มีชายมือลีบคนหนึ่งอยู่ที่นั่น 2 บางคนหาเหตุที่จะกล่าวหาพระเยซู พวกเขาจึงคอยจับตาดูพระองค์อย่างใกล้ชิดว่าจะรักษาโรคให้ชายคนนี้ในวันสะบาโตหรือไม่ 3 พระเยซูพูดกับชายมือลีบว่า "มายืนข้างหน้านี่สิ"
4 แล้วพระเยซูถามพวกเขาว่า "อย่างไหนถูกต้องตามกฎบัญญัติในวันสะบาโต ทำดีหรือทำชั่ว ช่วยชีวิตหรือฆ่าทำลายชีวิต" แต่พวกเขายังคงนิ่งเงียบ
5 พระองค์กวาดตามองพวกเขาด้วยความโกรธและเสียใจที่พวกเขามีใจแข็งกระด้าง จึงพูดกับชายคนนั้นว่า "จงเหยียดมือของเจ้าออกมา" เขาเหยียดมือออก แล้วมือของเขาก็หายเป็นปกติ 6 พวกฟาริสีจึงออกไปแล้วเริ่มวางแผนกับพวกของเฮโรดว่า จะฆ่าพระเยซูได้อย่างไร
ฝูงชนติดตามพระเยซู
(มธ.12:15,16; ลก.6:17-19)
7 พระเยซูกับพวกสาวกปลีกตัวไปยังทะเลสาบ และฝูงชนกลุ่มใหญ่จากกาลิลีตามไปด้วย 8 เมื่อได้ยินกิตติศัพท์ของพระองค์ ผู้คนมากมายจากยูเดีย เยรูซาเล็ม อิดูเมอา และอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดน รอบเมืองไทระและเมืองไซดอนต่างพากันมาหาพระองค์ 9 เนื่องจากมีฝูงชนมากมาย พระเยซูจึงสั่งสาวกให้เตรียมเรือเล็กไว้พร้อมสำหรับพระองค์ เพื่อกันผู้คนมาเบียดเสียดพระองค์ 10 เนื่องจากพระเยซูได้รักษาคนมากมาย คนป่วยด้วยโรคต่างๆ จึงเบียดกันเข้ามาเพื่อแตะตัวพระองค์ 11 ทุกครั้งที่วิญญาณโสโครกเห็นพระองค์ พวกมันจะหมอบกราบและร้องว่า "พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า" 12 แต่พระองค์ห้ามพวกมันเด็ดขาด ไม่ให้บอกคนอื่นว่าพระองค์เป็นใคร
การแต่งตั้งอัครทูตสิบสองคน
(มธ.10:2-4; ลก.6:14-16; กจ.1:13)
13 พระเยซูขึ้นไปที่บนภูเขา และเรียกคนที่ต้องการให้มาพบ และพวกเขาก็มาหาพระองค์ 14 พระองค์แต่งตั้งสิบสองคน3:14 ฉบับสำเนาบางฉบับว่า สิบสองคนให้เป็นอัครทูตให้อยู่กับพระองค์ และจะส่งพวกเขาออกไปประกาศ 15 และให้พวกเขามีอำนาจในการขับผี
16 สาวกทั้งสิบสองคนนี้ได้แก่
ซีโมน (พระองค์ตั้งชื่อว่า เปโตร)
17 ยากอบลูกชายเศเบดีกับยอห์นผู้เป็นน้องชาย (พระองค์ตั้งชื่อให้ว่า โบอาเนอเย หมายถึง ลูกฟ้าร้อง)
18 อันดรูว์
ฟีลิป
บารโธโลมิว
มัทธิว
โธมัส
ยากอบลูกชายอัลเฟอัส
ธัดเดอัส
ซีโมนพรรคชาตินิยม
19 และยูดาสอิสคาริโอทผู้ทรยศพระองค์
ครอบครัวและครูสอนกฎบัญญัติกล่าวหาพระเยซู
(มธ.12:25-29; ลก.11:17-22)
20 จากนั้นพระเยซูเข้าไปในบ้าน ฝูงชนก็มาชุมนุมกันอีก จนพระองค์กับสาวกไม่มีเวลาแม้แต่จะกินอาหาร 21 เมื่อครอบครัวของ3:21 หรือ ของเพื่อนร่วมงานพระองค์ได้ยินเรื่องนี้ก็ออกมารั้งพระองค์ไว้ และพูดว่า "เขาเสียสติไปแล้ว"
22 และพวกครูสอนกฎบัญญัติที่มาจากเยรูซาเล็มพูดว่า "เขาถูกสิงโดยเบเอลเซบูล ที่เขาขับผีออกได้ก็เพราะเจ้าแห่งผี"
23 พระเยซูเรียกพวกเขามาแล้วพูดเปรียบเทียบว่า "ซาตานจะไล่ซาตานออกได้อย่างไร 24 ถ้าอาณาจักรไหนที่แตกแยกกันเอง อาณาจักรนั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้ 25 ถ้าครอบครัวไหนแตกแยกกันเอง ครอบครัวนั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้ 26 และถ้าซาตานต่อต้านและแตกแยกกับตัวมันเอง มันก็ตั้งอยู่ไม่ได้และจะถึงจุดจบ 27 จริงๆ แล้ว ไม่มีใครเข้าไปในบ้านของคนที่แข็งแรงได้ นอกจากจะจับเขามัดไว้ก่อน แล้วจึงปล้นบ้านคนที่แข็งแรงนั้นได้ 28 เราบอกความจริงท่านว่า มนุษย์จะได้รับการยกโทษจากบาปและคำหมิ่นประมาททั้งหมดของตน 29 แต่ใครพูดหมิ่นพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะไม่มีวันได้รับการยกโทษ และมีความผิดบาปติดตัวตลอดกาล"
30 พระองค์พูดเช่นนี้เพราะพวกเขาพูดว่า "พระองค์มีวิญญาณโสโครก"
แม่กับน้องชายของพระเยซู
(มธ.12:46-50; ลก.8:19-21)
31 แม่กับพวกน้องชายของพระเยซูมาถึง พวกเขายืนอยู่ด้านนอกและบอกคนให้เข้าไปเรียกพระองค์ 32 ฝูงชนนั่งอยู่รอบพระเยซู และพวกเขาบอกพระองค์ว่า "แม่กับพวกน้องชายของท่านอยู่ด้านนอกมองหาท่าน"
33 พระองค์ถามว่า "ใครคือแม่และพี่น้องของเรา"
34 แล้วพระองค์ก็มองดูคนที่นั่งอยู่รอบตัว และพูดว่า "นี่คือแม่และพี่น้องของเรา 35 ใครก็ตามที่ทำตามความประสงค์ของพระเจ้า คนนั้นคือพี่น้องชายหญิงและแม่ของเรา"