Arca da aliança
A Arca da Aliança era o símbolo mais sagrado de Israel — representava a presença de Deus no meio do seu povo. Sobre ela brilhava a glória do Senhor entre os querubins.
จงให้พวกเขาทำหีบด้วยไม้กระถินเทศขนาดยาวประมาณ 1.1 เมตร กว้างและสูงเท่ากันประมาณ 68 เซนติเมตร หุ้มหีบนี้ด้วยทองคำบริสุทธิ์ทั้งด้านในและด้านนอก และใช้ทองคำทำเป็นคิ้วทับโดยรอบ จงหล่อห่วงทองคำสี่ห่วงติดไว้ที่มุมทั้งสี่ของหีบ โดยให้สองห่วงอยู่ทางด้านหนึ่งและอีกสองห่วงอยู่อีกด้านหนึ่ง จากนั้นจงทำคานหามสองอันจากไม้กระถินเทศหุ้มด้วยทองคำ สอดคานลอดห่วงด้านข้างหีบเพื่อหาม อย่าชักคานนี้ออกจากห่วงเลย ให้คงไว้เช่นนั้นตลอดไป แล้วนำแผ่นศิลาจารึกพันธสัญญาซึ่งเราจะให้แก่เจ้าใส่ไว้ในหีบนั้น
และจงทำฝาหีบพันธสัญญาจากทองคำบริสุทธิ์ขนาดยาวประมาณ 1.1 เมตร กว้างประมาณ 68 เซนติเมตร แล้วเคาะทองคำบริสุทธิ์สร้างเป็นเครูบสองตนที่ปลายทั้งสองด้านของฝาหีบนั้น เครูบตนหนึ่งอยู่ที่ปลายด้านหนึ่ง และอีกตนอยู่ที่ปลายอีกด้านหนึ่ง หล่อให้เครูบทั้งสองเข้าเป็นชิ้นเดียวกันกับฝาหีบ หันหน้าเข้าหากัน มองมายังฝาหีบนั้น และกางปีกออกจดกันเหนือฝาหีบ จงตั้งฝาหีบนั้นไว้บนหีบ และจงบรรจุศิลาจารึกพันธสัญญาซึ่งเราจะให้เจ้าไว้ในหีบ
เหนือฝาหีบระหว่างเครูบทั้งสองที่อยู่เหนือหีบพันธสัญญา ที่นั่นเราจะมาพบเจ้าและให้คำสั่งทั้งหมดของเราสำหรับชาวอิสราเอลแก่เจ้า
เบซาเลลทำหีบด้วยไม้กระถินเทศขนาดยาวประมาณ 1.1 เมตร กว้างและสูงเท่ากันประมาณ 68 เซนติเมตร
แล้วพระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า "จงตั้งพลับพลาคือเต็นท์นัดพบขึ้นในวันแรกของเดือนที่หนึ่ง ตั้งหีบพันธสัญญาในพลับพลา ขึงม่านกั้นบังหีบไว้
เขาเอาแผ่นศิลาจารึกพันธสัญญาใส่ไว้ในหีบพันธสัญญา สอดคานหามเข้ากับหีบ และวางฝาหีบซึ่งเป็นที่ลบล้างบาปไว้บนหีบ แล้วเขานำหีบพันธสัญญาไปตั้งในพลับพลา และขึงม่านกั้นบังหีบพันธสัญญาไว้ตามที่พระยาห์เวห์สั่ง
เมื่อโมเสสเข้าไปในเต็นท์นัดพบเพื่อพูดกับพระยาห์เวห์ เขาได้ยินเสียงพูดกับเขาจากฝาหีบซึ่งเป็นที่ลบล้างบาปเหนือหีบพันธสัญญาระหว่างเครูบทั้งสอง พระยาห์เวห์ได้พูดกับด้วยวิธีนี้
ดังนั้นพวกเขาจึงออกเดินทางจากภูเขาแห่งพระยาห์เวห์และเดินทางเป็นเวลาสามวัน ในระหว่างนั้นมีหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์นำหน้าเพื่อหาสถานที่ตั้งค่ายพักสำหรับพวกเขา เมื่อพวกเขาออกเดินทางจากค่าย เมฆของพระยาห์เวห์อยู่เหนือพวกเขาในเวลากลางวัน
ทุกครั้งที่หีบพันธสัญญานำหน้าไป โมเสสกล่าวว่า
"พระยาห์เวห์ขอลุกขึ้นเถิด!
ให้ศัตรูทั้งหลายของพระองค์กระจัดกระจายไป
ให้บรรดาข้าศึกพ่ายหนีไปต่อหน้าพระองค์"
และเมื่อวางหีบพันธสัญญาลง เขากล่าวว่า
"พระยาห์เวห์ขอพระองค์กลับมา
สู่คนอิสราเอลนับแสนนับล้านนี้เถิด"
พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า "จงสั่งชาวอิสราเอล และให้ผู้นำแต่ละเผ่าทั้งสิบสองเผ่าเอาไม้เท้าประจำเผ่าตนมาให้เจ้า แล้วเขียนชื่อผู้นำแต่ละคนบนไม้เท้าประจำเผ่าตน ไม้เท้าประจำเผ่าเลวีให้เขียนชื่ออาโรน เพราะต้องมีไม้เท้าหนึ่งอันสำหรับผู้นำเผ่าแต่ละคน จงวางไม้เท้าเหล่านี้หน้าหีบพันธสัญญาในเต็นท์นัดพบที่ซึ่งเรามาพบเจ้า ไม้เท้าของผู้ที่เราเลือกสรรจะแตกหน่อ และเราจะได้ไม่ต้องทนฟังเสียงชาวอิสราเอลพร่ำบ่นเจ้าตลอดเวลาอีก"
ดังนั้นโมเสสจึงแจ้งชาวอิสราเอล และผู้นำเผ่าต่างๆ ก็นำไม้เท้าสิบสองอันมามอบให้โมเสส คือไม้เท้าของผู้นำแต่ละคนและไม้เท้าของอาโรนก็รวมอยู่ในนั้น โมเสสวางไม้เท้าเหล่านี้ต่อหน้าพระยาห์เวห์ในเต็นท์แห่งสักขีพยาน
วันรุ่งขึ้นเมื่อโมเสสเข้าไปในเต็นท์นั้น ก็พบว่าไม้เท้าของอาโรนตัวแทนเผ่าเลวีไม่เพียงแตกหน่อเท่านั้น แต่ยังผลิดอกออกผลอัลมอนด์ด้วย โมเสสจึงนำไม้เท้าจากเบื้องหน้าพระยาห์เวห์มายังชาวอิสราเอลทั้งหมด พวกเขาพากันมองดู และผู้นำแต่ละคนรับไม้เท้าของตนคืนไป
พระยาห์เวห์พูดสั่งโมเสสว่า "จงนำไม้เท้าของอาโรนกลับไปวางหน้าหีบพันธสัญญา ให้เก็บรักษาไว้เป็นสิ่งเตือนใจพวกที่ชอบกบฏ ให้เลิกบ่นว่าเราเพื่อพวกเขาจะไม่ต้องตาย" โมเสสก็ปฏิบัติตามที่พระยาห์เวห์สั่งทุกประการ
ฉะนั้นเมื่อประชาชนรื้อค่ายเพื่อข้ามแม่น้ำจอร์แดน บรรดาปุโรหิตก็หามหีบพันธสัญญานำหน้าพวกเขาไป ขณะนั้นเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งน้ำในแม่น้ำจอร์แดนล้นตลิ่ง แต่ทันทีที่เท้าของปุโรหิตผู้หามหีบพันธสัญญาแตะผิวน้ำตรงริมแม่น้ำ น้ำทางต้นน้ำก็หยุดไหลแต่ตั้งขึ้นในระยะที่ไกลจนถึงบริเวณเมืองอาดัมใกล้ศาเรธาน ส่วนน้ำที่ไหลลงทะเลอาราบาห์ (นั่นคือทะเลตาย) ก็ขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นประชาชนจึงข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำหน้าเมืองเยรีโค ปุโรหิตผู้หามหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์หยุดยืนอยู่บนพื้นแห้งกลางแม่น้ำจอร์แดน ในขณะที่คนอิสราเอลทั้งชนชาติก็ข้ามไปบนพื้นแห้งจนครบทุกคน
ปุโรหิตจึงหามหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ขึ้นจากแม่น้ำ ทันทีที่เท้าของพวกเขาก้าวขึ้นฝั่ง สายน้ำก็ไหลกลับสู่ที่เดิมและเอ่อล้นตลิ่งเหมือนก่อนหน้า
ประตูเมืองเยรีโคถูกปิดแน่นหนา ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าออกเลยเนื่องจากพวกเขากลัวชาวอิสราเอล
แล้วพระยาห์เวห์พูดกับโยชูวาว่า "เราได้มอบเมืองเยรีโค บรรดากษัตริย์และนักรบของเมืองนี้ไว้ในมือเจ้าแล้ว จงเดินขบวนรอบเมืองหนึ่งรอบพร้อมด้วยเหล่านักรบถืออาวุธ จงทำเช่นนี้เป็นเวลาหกวัน ให้ปุโรหิตเจ็ดคนถือแตรเขาแกะเดินนำหน้าหีบพันธสัญญา ในวันที่เจ็ดจงเดินรอบเมืองเจ็ดรอบ ให้ปุโรหิตทั้งเจ็ดนั้นเป่าแตรเขาแกะ เมื่อเจ้าได้ยินเสียงแตรดังยาว จงให้ทั้งกองทัพโห่ร้องเสียงดัง แล้วกำแพงเมืองก็จะพังทลาย และกองทัพจะบุกขึ้นไป ให้ทุกคนตรงดิ่งเข้าไป"
ดังนั้นโยชูวาลูกชายของนูนจึงเรียกประชุมปุโรหิตและพูดว่า "จงหามหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์โดยมีปุโรหิตเจ็ดคนถือแตรเขาแกะเดินนำหน้า" แล้วเขาสั่งกองทัพว่า "จงรุดหน้าไป! จงเดินขบวนรอบเมืองโดยมีกองคุ้มกันติดอาวุธครบมือนำหน้าหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์"
เมื่อเสียงแตรดังขึ้น กองทัพก็โห่ร้องอย่างสุดเสียง กำแพงเมืองเยรีโคก็พังครืนลงมา ชาวอิสราเอลทุกคนจึงตรงดิ่งเข้ายึดเมือง
ชาวฟีลิสเตียดาหน้าเข้าต่อสู้กับคนอิสราเอล เมื่อสงครามขยายออกไป คนอิสราเอลพ่ายแพ้ฟีลิสเตีย ถูกฆ่าตายไปประมาณสี่พันคนในสนามรบ เมื่อพวกทหารกลับมายังค่ายพัก บรรดาผู้อาวุโสของอิสราเอลหารือกันว่า "ทำไมวันนี้พระยาห์เวห์ให้พวกเราแพ้พวกฟีลิสเตีย ให้เรานำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์จากชิโลห์มาที่นี่ เพื่อพระองค์จะได้ไปกับเราและช่วยเราให้รอดพ้นจากมือของศัตรู"
ดังนั้นประชาชนจึงส่งคนไปที่ชิโลห์ เพื่อนำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ผู้นั่งบนบัลลังก์ระหว่างเครูบ โฮฟนีและฟีเนหัสลูกชายของเอลีได้มาที่สนามรบพร้อมหีบพันธสัญญาของพระเจ้าด้วย
เมื่อหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์มาถึงค่ายพัก คนอิสราเอลทั้งหมดก็ตะโกนโห่ร้องเสียงดังปานแผ่นดินจะถล่มทลาย ชาวฟีลิสเตียได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมก็ถามกันว่า "เกิดอะไรขึ้นจึงมีเสียงตะโกนโห่ร้องทั่วค่ายพวกฮีบรู"
เมื่อรู้ว่าเป็นเพราะหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์มาถึงค่ายพัก ชาวฟีลิสเตียก็พากันขวัญหนีดีฝ่อและร้องว่า "พระเจ้าได้เข้ามาในค่ายของพวกนั้น ไม่นะ! เราไม่เคยพบอะไรอย่างนี้มาก่อน ชะตาขาดแล้ว! ใครจะช่วยเราจากมือเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์เหล่านี้ได้ เทพเหล่านี้แหละที่ทำลายล้างชาวอียิปต์ด้วยภัยพิบัติทั้งปวงในถิ่นทุรกันดาร พี่น้องฟีลิสเตียทั้งหลาย! จงเข้มแข็งให้สมกับเป็นลูกผู้ชาย มิฉะนั้นเราจะต้องก้มหัวให้พวกฮีบรูเหมือนที่พวกเขาเคยก้มหัวให้พวกท่าน จงสู้อย่างลูกผู้ชาย!"
ดังนั้นพวกฟีลิสเตียจึงสู้รบ และชาวอิสราเอลก็พ่ายแพ้และทุกคนหนีไปยังเต็นท์ของตน มีการฆ่าฟันกันครั้งใหญ่ ทหารราบของอิสราเอลตายไปสามหมื่นคน หีบพันธสัญญาของพระเจ้าถูกยึดไป โฮฟนีและฟีเนหัส ลูกทั้งสองของเอลีถูกฆ่าตาย
มือของพระยาห์เวห์ลงโทษชาวเมืองอัชโดดและละแวกใกล้เคียงอย่างหนัก พระองค์นำภัยพิบัติมายังพวกเขาและลงโทษพวกเขาด้วยฝีระบาด เมื่อชาวอัชโดดเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็ร้องกันว่า "เราจะเก็บหีบพันธสัญญาของพระเจ้าของคนอิสราเอลไว้ที่นี่ต่อไปไม่ได้ เพราะมือของพระองค์ลงโทษเราและพระดาโกนเทพเจ้าของเราอย่างหนัก" ดังนั้นพวกเขาจึงเชิญผู้มีอำนาจปกครองทั้งหมดของฟีลิสเตียมาและถามว่า "จะทำอย่างไรกับหีบพันธสัญญาของพระเจ้าของคนอิสราเอล"
บรรดาเจ้านายเสนอว่า "ให้ย้ายหีบพันธสัญญาของพระเจ้าของคนอิสราเอลไปยังเมืองกัท" ดังนั้นพวกเขาจึงย้ายหีบพันธสัญญาของพระเจ้าของคนอิสราเอลไป
แต่เมื่อหีบพันธสัญญาย้ายมา มือของพระยาห์เวห์เล่นงานเมืองนั้นปั่นป่วนวุ่นวายไปทั้งเมือง พระเจ้าลงโทษชาวเมืองนั้น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ด้วยฝีระบาด พวกเขาจึงส่งหีบพันธสัญญาของพระเจ้าไปยังเอโครน
แต่ขณะที่หีบพันธสัญญากำลังเข้าสู่เมืองเอโครน ชาวเมืองก็ร้องกันว่า "พวกเขาเอาหีบพันธสัญญาของพระเจ้าของคนอิสราเอลมาฆ่าเราและประชาชนของเราแล้ว" ดังนั้นพวกเขาจึงเชิญผู้มีอำนาจปกครองทั้งหมดของฟีลิสเตียมาประชุมอีก และกล่าวว่า "ขอให้ส่งหีบพันธสัญญาของพระเจ้าของคนอิสราเอลกลับสู่ภูมิลำเนา มิฉะนั้นหีบนั้นจะฆ่าเราและประชาชนของเรา" เพราะว่ามือของพระเจ้าลงโทษเมืองนั้นอย่างหนัก ความตายทำให้คนทั้งเมืองหวาดผวา
หีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์อยู่ในดินแดนฟีลิสเตียเป็นเวลาเจ็ดเดือน ชาวฟีลิสเตียเชิญบรรดาปุโรหิตและโหรของตนมาถามว่า "เราควรทำอย่างไรกับหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ จงบอกเราเถิดว่าเราจะส่งหีบกลับคืนที่เดิมได้อย่างไร"
คนเหล่านั้นตอบว่า "ถ้าจะส่งหีบพันธสัญญาของพระเจ้าของคนอิสราเอลคืน อย่าส่งกลับไปโดยไม่มีของกำนัล แต่ต้องส่งไปพร้อมเครื่องบูชาลบความผิดเพื่อถวายแด่พระองค์ด้วย แล้วพวกท่านจะได้หายโรคและท่านจะรู้ว่าทำไมพระองค์ยังลงโทษพวกท่านอยู่"
พวกเขาจึงทำตามนั้น เขาเทียมแม่วัวสองตัวเข้ากับเกวียน ส่วนลูกของมันแยกไว้ที่คอก จากนั้นวางหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์และกล่องบรรจุหนูทองคำกับฝีจำลองบนเกวียน แม่วัวมุ่งหน้าไปตามถนนตรงไปยังเบธเชเมช เดินพลางร้องพลางตลอดทาง ไม่หันซ้ายหันขวาเลย พวกผู้มีอำนาจปกครองของฟีลิสเตียก็ติดตามไปจนถึงพรมแดนเบธเชเมช
ชาวเมืองเบธเชเมชกำลังเกี่ยวข้าวสาลีอยู่ในหุบเขา และเมื่อเห็นหีบพันธสัญญาก็ดีใจมาก เกวียนแล่นเข้ามาในทุ่งนาของโยชูวาแห่งเบธเชเมช และมาหยุดอยู่ข้างก้อนหินใหญ่ ชาวเมืองจึงผ่าไม้เกวียนทำฟืน แล้วฆ่าแม่วัวถวายเป็นเครื่องเผาบูชาทั้งตัวแด่พระยาห์เวห์ คนเลวีช่วยกันยกหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์และกล่องบรรจุเครื่องทองออกจากเกวียนแล้ววางไว้บนก้อนหินใหญ่นั้น ในวันนั้นชาวเมืองเบธเชเมชพากันนำเครื่องเผาบูชาทั้งตัวและเครื่องบูชาอื่นๆ มาถวายแด่พระยาห์เวห์
ชาวเมืองคีริยาทเยอาริมจึงมารับหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์และนำไปยังบ้านของอาบีนาดับบนเนินเขา แล้วชำระและแต่งตั้งเอเลอาซาร์ลูกชายของเขาให้คอยระวังรักษาหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ หีบพันธสัญญายังคงอยู่ที่คีริยาทเยอาริมเป็นเวลาถึงยี่สิบปี
จากนั้นคนอิสราเอลทั้งปวงพากันหันกลับมาหาพระยาห์เวห์
มีคนมาบอกกษัตริย์ดาวิดว่า "พระยาห์เวห์อวยพรครอบครัวโอเบดเอโดมและทุกสิ่งที่เขามีเนื่องด้วยหีบพันธสัญญาของพระเจ้า" ดังนั้นดาวิดจึงไปนำหีบพันธสัญญาของพระเจ้าจากบ้านของโอเบดเอโดมมายังเมืองดาวิดด้วยความชื่นชมยินดี เมื่อผู้หามหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์เดินไปได้หกก้าว ดาวิดก็ถวายวัวผู้หนึ่งตัวและลูกวัวขุนหนึ่งตัว ดาวิดสวมเอโฟดลินิน เต้นรำต่อหน้าพระยาห์เวห์อย่างสุดกำลัง ดาวิดและคนอิสราเอลทั้งปวงนำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์มาท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงแตร
จากนั้นกษัตริย์โซโลมอนเรียกบรรดาผู้อาวุโสของอิสราเอล หัวหน้าเผ่าต่างๆ และหัวหน้าครอบครัวทั้งหมดของชาวอิสราเอลมาพบที่กรุงเยรูซาเล็ม เพื่อนำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์มาจากศิโยนเมืองดาวิด ชาวอิสราเอลทุกคนก็พากันมาพบกษัตริย์โซโลมอนในช่วงเทศกาลของเดือนเอธานิมซึ่งเป็นเดือนที่เจ็ด
เมื่อผู้อาวุโสทั้งปวงของอิสราเอลมาถึงแล้ว ปุโรหิตก็ยกหีบพันธสัญญาขึ้น และหามหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ไป ส่วนเต็นท์นัดพบกับเครื่องใช้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงในนั้น ปุโรหิตและชนเลวีช่วยกันนำไปยังวิหาร กษัตริย์โซโลมอนและชุมนุมประชาชนอิสราเอลทั้งปวงที่มาชุมนุมกันหน้าหีบพันธสัญญาได้ถวายแกะและวัวเป็นเครื่องบูชาจำนวนมากจนนับไม่ถ้วน
จากนั้นปุโรหิตนำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์เข้าสู่สถานนมัสการชั้นในของวิหารคือสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และตั้งไว้ใต้ปีกของเครูบ เครูบทั้งสองกางปีกเหนือที่ตั้งหีบพันธสัญญาและปกเหนือหีบกับคานหาม คานหามนี้ยาวมากจนมองเห็นปลายได้จากด้านในของสถานศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอยู่หน้าสถานนมัสการชั้นใน แต่มองไม่เห็นจากด้านนอกของสถานศักดิ์สิทธิ์ และคานนั้นก็ยังคงอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้ ในหีบนั้นไม่มีสิ่งใดนอกจากศิลาสองแผ่นซึ่งโมเสสได้ใส่ไว้เมื่ออยู่ที่ภูเขาโฮเรบ ที่ซึ่งพระยาห์เวห์กระทำพันธสัญญากับชาวอิสราเอลหลังจากพวกเขาออกมาจากอียิปต์
เมื่อปุโรหิตออกมาจากสถานศักดิ์สิทธิ์ ก็มีเมฆมาปกคลุมทั่ววิหารของพระยาห์เวห์ บรรดาปุโรหิตไม่อาจปฏิบัติหน้าที่เพราะเมฆนั้น เนื่องจากเกียรติสิริของพระยาห์เวห์ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งวิหารของพระองค์
"กลับมาเถิด ประชาชนที่ไม่ซื่อสัตย์" พระยาห์เวห์ประกาศดังนี้ "เพราะเราเป็นสามีของเจ้า เราจะเลือกสรรเจ้าคนหนึ่งจากเมืองหนึ่ง สองคนจากตระกูลหนึ่ง และนำเจ้ากลับไปศิโยน แล้วเราจะให้บรรดาผู้เลี้ยงที่เราพอใจกับเจ้า ผู้ที่จะนำเจ้าด้วยความรู้และความเข้าใจ เมื่อถึงเวลานั้นที่เจ้ามีลูกหลานจนเต็มแผ่นดิน" พระยาห์เวห์ประกาศดังนี้ ผู้คนจะไม่พูดถึง " ‘หีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์’ อีก จะไม่คิดถึง ไม่จดจำ ไม่ถวิลหา และไม่สร้างขึ้นมาใหม่
พันธสัญญาแรกนั้นมีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการนมัสการและมีสถานศักดิ์สิทธิ์ของโลกนี้ มีการตั้งพลับพลาขึ้น ในห้องแรกมีเชิงตะเกียง โต๊ะและขนมปังศักดิ์สิทธิ์ เรียกห้องนี้ว่าสถานศักดิ์สิทธิ์ หลังม่านชั้นที่สองมีห้องซึ่งเรียกว่า สถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ในห้องนี้มีแท่นทองคำสำหรับเผาเครื่องหอมและหีบพันธสัญญาหุ้มทองคำ ภายในหีบมีโถทองคำบรรจุมานา ไม้เท้าของอาโรนซึ่งผลิตาออกมา และแผ่นศิลาแห่งพันธสัญญา เหนือหีบนั้นมีรูปปั้นเครูบแห่งองค์ผู้มีสง่าราศีกางปีกออกคลุมฝาหีบซึ่งเป็นที่ลบล้างบาป แต่ตอนนี้เราไม่สามารถพูดในรายละเอียดของสิ่งเหล่านี้ได้
แล้ววิหารของพระเจ้าในสวรรค์ก็เปิดออก และภายในวิหารนั้น หีบพันธสัญญาของพระองค์ปรากฏให้เห็น แล้วก็เกิดฟ้าแลบ มีเสียงฟ้าร้องกึกก้อง แผ่นดินไหว และพายุลูกเห็บรุนแรง