คือข้อ 30:2-17 1 โมเสสพูดกับหัวหน้าเผ่าต่างๆ ของอิสราเอลว่า "พระยาห์เวห์สั่งดังนี้คือ 2 ผู้ใดถวายปฏิญาณต่อพระยาห์เวห์หรือลั่นวาจาสาบานว่าจะทำสิ่งใด ก็อย่าผิดคำปฏิญาณให้เขาทำตามที่ลั่นวาจาไว้ทุกประการ
3 เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งที่ยังอาศัยอยู่ในบ้านของพ่อและกล่าวปฏิญาณต่อพระยาห์เวห์หรือกล่าวคำสาบาน 4 และพ่อของเธอได้ยินเธอกล่าวปฏิญาณหรือคำสาบานนั้น แต่เขาไม่ได้ทักท้วงอะไร คำปฏิญาณหรือคำสาบานทุกประการของเธอก็ยังมีผลอยู่ 5 แต่หากพ่อของเธอได้ยินและห้ามปราม คำปฏิญาณหรือคำสาบานนั้นก็เป็นโมฆะ พระยาห์เวห์จะไม่ถือโทษเธอเนื่องจากพ่อของเธอห้ามปรามไว้
6 หากเธอแต่งงานหลังจากได้กล่าวปฏิญาณหรือพลั้งปากสาบานโดยไม่ยั้งคิด 7 และสามีของเธอรู้ถึงคำปฏิญาณนั้นในภายหลังและไม่ทักท้วงอะไร คำปฏิญาณหรือคำสาบานของเธอก็ยังคงมีผลอยู่ 8 แต่หากสามีของเธอรู้และลบล้างคำปฏิญาณหรือวาจาพลั้งปากของเธอแล้ว พระยาห์เวห์ก็จะไม่ถือโทษเธอ
9 แต่คำปฏิญาณหรือคำสาบานของหญิงม่ายหรือหญิงที่ถูกหย่าร้างจะยังมีผลบังคับ
10 หากหญิงที่อยู่กินกับสามีกล่าวคำปฏิญาณหรือคำสาบานผูกมัดตัวเอง 11 และสามีของเธอได้ยินแต่ไม่ได้ทักท้วงอะไรและไม่ห้ามปราม คำปฏิญาณหรือคำสาบานทุกประการก็ยังคงมีผลอยู่ 12 แต่หากสามีของเธอได้ยินแล้วลบล้างคำปฏิญาณหรือคำสาบานจากปากของเธอ สามีของเธอก็ทำให้คำเหล่านั้นเป็นโมฆะ และพระยาห์เวห์จะไม่ถือโทษเธอ 13 สามีของเธอจะรับรองหรือลบล้างคำปฏิญาณก็ได้ 14 แต่หากเขาไม่พูดอะไรนับตั้งแต่วันที่ได้ยิน ก็ให้ถือว่าเขาได้รับรองคำปฏิญาณนั้นแล้ว การที่เขาไม่กล่าวทักท้วงอะไร ก็ให้ถือว่าเป็นการรับรองคำปฏิญาณหรือคำสาบานนั้นๆ 15 แต่ถ้าเขามาลบล้างคำเหล่านั้นในภายหลัง เขาจะต้องเป็นคนรับผลจากการกระทำผิดของเธอ"
16 ทั้งหมดนี้คือระเบียบซึ่งพระยาห์เวห์ให้ไว้แก่โมเสสเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา และพ่อกับลูกสาวที่ยังอาศัยอยู่ในบ้าน