คือข้อ 8:23 และข้อ 9:2-26 คือข้อ 9:1-25 1 โอ ถ้าศีรษะของข้าพเจ้าเป็นแหล่งน้ำ
และตาของข้าพเจ้าเป็นน้ำพุแห่งน้ำตา!
ข้าพเจ้าจะร่ำไห้ทั้งวันทั้งคืน
ให้กับชนชาติของข้าพเจ้าซึ่งถูกสังหาร
2 โอ ข้าพเจ้าอยากมีที่พักแรม
สำหรับคนเดินทางในทะเลทราย
เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไปให้พ้น
จากชนชาติของข้าพเจ้า
เพราะพวกเขาล้วนเป็นคนคบชู้
เป็นฝูงชนที่ไม่ซื่อสัตย์
3 "พวกเขาโก่งลิ้นเหมือนคันศร
เพื่อยิงคำโกหกออกมา
ความเท็จจึงมีชัย
เหนือความจริงในแผ่นดิน
พวกเขาทำบาปหนึ่ง แล้วไปอีกบาปหนึ่ง
พวกเขาไม่ยอมรับเรา"
พระยาห์เวห์ประกาศดังนั้น
4 "จงระวังเพื่อนของเจ้า
และอย่าไว้ใจใครในตระกูลของเจ้า
เพราะเขาทุกคนเป็นคนหลอกลวง
และเพื่อนทุกคนเป็นคนใส่ร้ายป้ายสี
5 เพื่อนหลอกลวงเพื่อน
และไม่มีใครพูดความจริง
พวกเขาฝึกลิ้นตัวเองให้โกหก
ทำให้ตัวเองเหนื่อยล้าด้วยการทำบาป
6 เจ้าอยู่ท่ามกลางการหลอกลวง
ในการหลอกลวงของพวกเขา พวกเขาจึงไม่ยอมรับเรา"
พระยาห์เวห์ประกาศดังนั้น
7 ฉะนั้นพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์พูดว่า
"ดูสิ เราจะถลุงและทดสอบพวกเขา
เพราะเราจะทำสิ่งอื่นใดได้อีก
กับบาปที่ประชาชนของเราได้ทำ
8 ลิ้นของพวกเขาเป็นลูกศรสังหาร
พูดโกหกตลบตะแลง
ปากพูดกับเพื่อนบ้านอย่างเป็นมิตร
แต่ในใจคิดวางกับดักเขา
9 ไม่ควรหรือที่เราไม่ควรลงโทษพวกเขาเพราะเหตุนี้"
พระยาห์เวห์ประกาศดังนั้น
"ไม่ควรหรือที่เราจะแก้แค้น
ชนชาติที่เป็นอย่างนี้"
10 ข้าพเจ้าจะร้องไห้คร่ำครวญให้ภูเขา
และคร่ำครวญให้ทุ่งหญ้าในถิ่นทุรกันดาร
พวกมันถูกทิ้งร้าง ไม่มีใครผ่านไปมา
ไม่ได้ยินเสียงวัวร้อง
นกบินหนีไปหมด
และสัตว์ก็หนีหาย
11 "เราจะทำให้เยรูซาเล็มกลายเป็นซากปรักหักพัง
เป็นถิ่นที่อยู่ของหมาใน
และเราจะทำให้หัวเมืองของยูดาห์รกร้าง
ไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นั่น"
12 ใครหนอฉลาดพอจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้ ใครบ้างที่พระยาห์เวห์สอนและอธิบายได้ เหตุใดแผ่นดินถูกทำลายและทิ้งร้างเหมือนทะเลทรายที่ไม่มีใครผ่านไป
13 พระยาห์เวห์พูดว่า "ก็เพราะพวกเขาละทิ้งกฎบัญญัติของเรา ซึ่งเราตั้งไว้ตรงหน้าพวกเขา แต่เขาก็ไม่ได้เชื่อฟังเรา หรือทำตามกฎบัญญัติของเรา 14 พวกเขากลับทำตามใจดื้อรั้นของตน เขาติดตามพระบาอัลตามที่บรรพบุรุษสอนไว้" 15 ฉะนั้นพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดว่า "ดูสิ เราจะทำให้ชนชาตินี้กินอาหารขมและดื่มน้ำซึ่งมีพิษ 16 เราจะกระจายพวกเขาไปตามชนชาติต่างๆ ที่เขาหรือบรรพบุรุษไม่รู้จัก เราจะไล่ล่าพวกเขาด้วยดาบจนกว่าเราจะทำลายพวกเขาให้สิ้นซาก"
17 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์พูดว่า
"บัดนี้จงพิจารณาดู! จงตามนางร้องไห้มา
เรียกคนที่ชำนาญที่สุดมา
18 จงให้พวกนางรีบมาโดยเร็ว
มาร่ำไห้เพื่อพวกเรา
จนน้ำตาท่วมตาของเรา
และธารน้ำหลั่งรินจากนัยน์ตาของเรา
19 ได้ยินเสียงร่ำไห้ดังจากศิโยนว่า
‘เราพินาศย่อยยับแล้ว!
เราอัปยศอดสูนัก!
เราต้องทิ้งดินแดนไป
เพราะบ้านเรือนของเราปรักหักพัง’ "
20 บัดนี้ พวกเจ้าผู้หญิง จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์
จงเปิดหูฟังถ้อยคำจากปากของพระองค์
สอนพวกลูกสาวของเจ้าให้ร่ำไห้
และสอนเพลงคร่ำครวญให้แก่กัน
21 ความตายได้ปีนเข้ามาทางหน้าต่างของเรา
เข้ามาในป้อมปราการของเรา
กำจัดเด็กๆ ไปจากท้องถนน
และคนหนุ่มไปจากลานเมือง
22 จงบอกเขาว่า "พระยาห์เวห์ประกาศว่า
‘ซากศพจะนอนเกลื่อน
เหมือนมูลสัตว์ในทุ่งโล่ง
เหมือนฟ่อนข้าวที่อยู่หลังคนเกี่ยว
ไม่มีใครเก็บรวบรวม’ "
23 พระยาห์เวห์พูดว่า
"คนฉลาด อย่าอวดสติปัญญาของตน
คนแข็งแรง อย่าอวดพละกำลังของตน
คนรวยก็อย่าอวดทรัพย์สมบัติของตน
24 แต่ให้คนที่อวด จงอวดสิ่งนี้
คือที่พวกเขามีความเข้าใจ เพื่อรู้จักเรา
ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ผู้แสดงความเมตตา
ความยุติธรรมและความชอบธรรมในโลกนี้
เพราะเราปีติยินดีในสิ่งเหล่านี้"
พระยาห์เวห์ประกาศดังนั้น
25 พระยาห์เวห์ประกาศว่า "เวลานั้นจะมาถึง เมื่อเราจะลงโทษคนทั้งหมดที่เข้าสุหนัตแค่ทางกาย 26 คือชาวอียิปต์ ชาวยูดาห์ ชาวเอโดม ชาวอัมโมน ชาวโมอับ และคนทั้งสิ้นที่อาศัยในถิ่นทุรกันดารในที่ห่างไกล เพราะชนชาติทั้งหมดนี้ไม่ได้เข้าสุหนัตอย่างแท้จริง และแม้แต่คนคนอิสราเอลทั้งหมดก็ไม่ได้เข้าสุหนัตทางใจ"